กามมาฟอนต์

กาง เต้นท์·วันอังคารที่ 17 กันยายน 2019
กามมาฟอนต์
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 นายศุภาร คำจ้อย นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้แสดงผลงาน "กามมาฟอนต์"

ผลงานในวันจัดแสดงงาน
เป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศที่ต้องการเปิดเผยเรื่องเพศให้เป็นที่ยอมรับหรือไม่ในสังคมไทย และเป็นการเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ในยุคปัจจุบันให้แก่คนรุ่นก่อนได้รับรู้จากการตั้งคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ทำไม่ถึงไม่ถูกยอมรับในความคิดของบุคคลที่ยึดถือวัฒนธรรมไทยสมัยก่อน กรอบความคิดเดิมๆ เพราะวัฒนธรรมนั้นไม่ได้ตั้งกฎกฎเกณฑ์ที่ตายตัวมันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากทั้งหมดนั้นเหมือนไปกระตุ้นคำที่ว่า เรื่องของเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่คุยกันเบาๆแต่หัวเราะกันเสียงดังเป็นประโยคที่เคยผ่านหูผ่านตามา เลยเป็นการตั้งข้อสงสัยอีกข้อที่ว่าการมีเพศนั้นมันเป็นที่ยอมรับในสมัยก่อนหรือไม่ ซึ้งคำถามนั้นได้คำตอบที่ชัดเจนว่า มันเป็นที่ยอมรับจนทำหนังสือเกี่ยวกับท่าทางของการมีเพศสัมพันธ์นั้นคือตำรากามมาสูตร หรือตำราการเสพสังวาส แม่กระทั้งภาพวาดในอุโอสถตามวัดต่างๆ
ตำรากามสูตรไทย

หนังสือผูกนิพพานโลกีย์

เชิงสังวาสเชิงขบขัน จิตรกรรมที่วัดหนองโนเหนือ จังหวัดสระบุรี
สังวาสเชิงขบขัน จิตรกรรมที่วัดหนองโนเหนือ จังหวัดสระบุรุใดทำไม่คนไทยถึงมีกรอบความคิดที่ห้ามหรือมองเรื่องเพศนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีตั้งแต่เมื่อไหร่ ต้องมองย้อนไปเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วิทยาศาสตร์กำลังมีอำนาจทางสังคม การสำรวจในที่นี้จะย้อนกลับไปมองช่วงเวลานั้นโดยอาศัยมุมมองทางมานุษยวิทยาเพื่อทำความเข้าใจ “ชีวิตทางเพศ” ของมนุษย์ หรือมองเรื่องเพศในมิติทางวัฒนธรรม ที่ทำให้ไทยมีกรอบความคิดแบบนี้คืนมา และคำบอกกล่าวจากญาติผู้ใหญ่ ที่ค่อยบอกว่าสิ่งไหนควรหรือสิ่งไหนไม่ควรอันผิดจารีดประเพณีไทยแต่เดิม จากคำพูดพวกนี้เป็นเรื่องที่ค่อยห้ามพวกวัยรุ่นหรือเด็กรุ่นใหม่ทำให้วัยรุ่นเกิดความคิดที่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ดีและไม่ควรแต่ถ้าตนได้กระทำเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีไปแล้วพวกเข้าจะไปปรึกษาใครได้เพราะเมื่อคนที่เขานับถือหรืออยู่สูงกว่าเราเป็นคำสั่งที่เด็ดขาดทำให้เรานั้นต้องทำตาม เปรียบเสมือนคนในสังคมนั้นมีกฎระเบียบสังคมเพื่อให้อยู่ในสังคมนั้นได้เมื่อผิดจากกฎระเบียบนั้นจะถูกนินทาหรือถูกลงโทษไปตามกฎหมายที่ระบุไว้ต่างๆนาๆ

ผลงานในวันจัดแสดงงาน

ผลงานในวันจัดแสดงงาน
ผลงานในวันจัดแสดงงาน
ทั้งหมดนี้เป็นแรงบันดาลใจในการงานออกแบบฟอนต์จากคำสอนรุ่นสู่รุ่นนั้นเหมือนการปลูกฝังค่านิยมในสังคมไทยที่เกี่ยวกับเรื่องของเพศสัมพันธ์ที่ควรหรือไม่ควรตามข้อกำหนดของสังคมนั้นๆ อักษรที่เราได้รับการเรียนการสอนมาตั้งแต่เด็กนั่นเหมือนเป็นฐานในการปลูกฝังเป็นฐานให้แก่คนในคุยปัจจุบันจึงออกแบบให้ตัวอักษรให้เกิดรูปแบบที่ผิดจากการสอนจากในอดีตเพื่อตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเพศในยุคปัจจุบันให้กับคนรุ่นก่อนกับความคิดของคนปัจจุบัน
แนวคิด เปลี่ยนการมองเรื่องเพศให้เป็นเรื่องธรรมดา ตามวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป
การตั้งคำถามการเปิดเผยเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นที่ยอมรับกันจริงหรือไม่ในสังคมไทย

ผลงานในวันจัดแสดงงาน
ศิลปินเกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับการถูกปลูกฝังทางความคิดเกี่ยวกับเรื่องการเปิดเผยทางเรื่องเพศในวัฒนธรรมของสังคมไทย โดยถูกบอกกล่าวมาตั้งแต่สมัยวัยเด็กที่ว่าเด็กไม่ควรจะมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ แท้จริงอยู่ที่ว่า เด็กไม่ควรที่จะคิดเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธุ์ แต่ถ้าเมื่อถึงเวลาถึงวัยเจริญพันธุ์การมีเพศสัมพันธุ์คือเรื่องธรรมชาติที่มนุษย์เราต้องสืบพันธุ์ เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของตนไว้ ถึงแม้ว่าในสถานที่ศึกษาจะมีวิชาการสอนเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศ แต่ความรู้ที่เด็กได้รับเป็นความรู้ที่ผิวเผิน และไม่ได้เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเรื่องเพศให้เข้าใจทางถ่องแท้ บวกกับคำพูดคำสอนบอกกล่าวจากผู้ใหญ่ที่ว่าเรื่องพวกนี้ไม่ดีไม่ควรคิด ทำให้เมื่อถึงเวลาหรือสถานการณ์ที่พบเจอ อาจทำให้เด็กไม่รู้วิธีรับมือและเกิดปัญหาตามมา ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานอาจเพื่อต้องการสื่อถึงการพูดคุยในเรื่องเพศหรือการมีเพศสัมพันธุ์ โดยต้องการให้มองเรื่องเหล่านี้เป็นปกติ โดยสื่อผ่านทางการออกแบบตัวอักษรพยัญชนะไทย ก-ฮ เป็นกาตูนร์ล้อเลียนการร่วมเพศหรือกิจกรรมทางเพศ มีความหน้าสนใจตรงที่ศิลปินได้ออกแบบอิริยาบถการร่วมเพศผ่านทางกลุ่มคนหลายสันชาติไม่ว่าจะเอเชียหรือยุโรป ซึ่งสื่อถึงการเปิดกว้างของเรื่องเพศไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหน
วันจัดแสดงงาน 13 กันยายม 2562วิภาดา เหล่าเขตกรณ์ ศุภากร คำจ้อย สุธาสินี แสวงกิจ ประภาพร มูลอินต๊ะเนื้อหาผลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาศิลปวิจารณ์ 181431
กามมาฟอนต์
กามมาฟอนต์
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 นายศุภาร คำจ้อย นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้แสดงผลงาน "กามมาฟอนต์"
ผลงานในวันจัดแสดงงาน
เป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศที่ต้องการเปิดเผยเรื่องเพศให้เป็นที่ยอมรับหรือไม่ในสังคมไทย และเป็นการเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ในยุคปัจจุบันให้แก่คนรุ่นก่อนได้รับรู้จากการตั้งคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ทำไม่ถึงไม่ถูกยอมรับในความคิดของบุคคลที่ยึดถือวัฒนธรรมไทยสมัยก่อน กรอบความคิดเดิมๆ เพราะวัฒนธรรมนั้นไม่ได้ตั้งกฎกฎเกณฑ์ที่ตายตัวมันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากทั้งหมดนั้นเหมือนไปกระตุ้นคำที่ว่า เรื่องของเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่คุยกันเบาๆแต่หัวเราะกันเสียงดังเป็นประโยคที่เคยผ่านหูผ่านตามา เลยเป็นการตั้งข้อสงสัยอีกข้อที่ว่าการมีเพศนั้นมันเป็นที่ยอมรับในสมัยก่อนหรือไม่ ซึ้งคำถามนั้นได้คำตอบที่ชัดเจนว่า มันเป็นที่ยอมรับจนทำหนังสือเกี่ยวกับท่าทางของการมีเพศสัมพันธ์นั้นคือตำรากามมาสูตร หรือตำราการเสพสังวาส แม่กระทั้งภาพวาดในอุโอสถตามวัดต่างๆ
ตำรากามสูตรไทย
สังวาสเชิงขบขัน จิตรกรรมที่วัดหนองโนเหนือ จังหวัดสระบุรุใดทำไม่คนไทยถึงมีกรอบความคิดที่ห้ามหรือมองเรื่องเพศนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีตั้งแต่เมื่อไหร่ ต้องมองย้อนไปเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วิทยาศาสตร์กำลังมีอำนาจทางสังคม การสำรวจในที่นี้จะย้อนกลับไปมองช่วงเวลานั้นโดยอาศัยมุมมองทางมานุษยวิทยาเพื่อทำความเข้าใจ “ชีวิตทางเพศ” ของมนุษย์ หรือมองเรื่องเพศในมิติทางวัฒนธรรม ที่ทำให้ไทยมีกรอบความคิดแบบนี้คืนมา และคำบอกกล่าวจากญาติผู้ใหญ่ ที่ค่อยบอกว่าสิ่งไหนควรหรือสิ่งไหนไม่ควรอันผิดจารีดประเพณีไทยแต่เดิม จากคำพูดพวกนี้เป็นเรื่องที่ค่อยห้ามพวกวัยรุ่นหรือเด็กรุ่นใหม่ทำให้วัยรุ่นเกิดความคิดที่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ดีและไม่ควรแต่ถ้าตนได้กระทำเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีไปแล้วพวกเข้าจะไปปรึกษาใครได้เพราะเมื่อคนที่เขานับถือหรืออยู่สูงกว่าเราเป็นคำสั่งที่เด็ดขาดทำให้เรานั้นต้องทำตาม เปรียบเสมือนคนในสังคมนั้นมีกฎระเบียบสังคมเพื่อให้อยู่ในสังคมนั้นได้เมื่อผิดจากกฎระเบียบนั้นจะถูกนินทาหรือถูกลงโทษไปตามกฎหมายที่ระบุไว้ต่างๆนาๆ
ผลงานในวันจัดแสดงงาน
ทั้งหมดนี้เป็นแรงบันดาลใจในการงานออกแบบฟอนต์จากคำสอนรุ่นสู่รุ่นนั้นเหมือนการปลูกฝังค่านิยมในสังคมไทยที่เกี่ยวกับเรื่องของเพศสัมพันธ์ที่ควรหรือไม่ควรตามข้อกำหนดของสังคมนั้นๆ อักษรที่เราได้รับการเรียนการสอนมาตั้งแต่เด็กนั่นเหมือนเป็นฐานในการปลูกฝังเป็นฐานให้แก่คนในคุยปัจจุบันจึงออกแบบให้ตัวอักษรให้เกิดรูปแบบที่ผิดจากการสอนจากในอดีตเพื่อตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเพศในยุคปัจจุบันให้กับคนรุ่นก่อนกับความคิดของคนปัจจุบัน
แนวคิด เปลี่ยนการมองเรื่องเพศให้เป็นเรื่องธรรมดา ตามวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป
การตั้งคำถามการเปิดเผยเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นที่ยอมรับกันจริงหรือไม่ในสังคมไทย
ศิลปินเกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับการถูกปลูกฝังทางความคิดเกี่ยวกับเรื่องการเปิดเผยทางเรื่องเพศในวัฒนธรรมของสังคมไทย โดยถูกบอกกล่าวมาตั้งแต่สมัยวัยเด็กที่ว่าเด็กไม่ควรจะมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ แท้จริงอยู่ที่ว่า เด็กไม่ควรที่จะคิดเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธุ์ แต่ถ้าเมื่อถึงเวลาถึงวัยเจริญพันธุ์การมีเพศสัมพันธุ์คือเรื่องธรรมชาติที่มนุษย์เราต้องสืบพันธุ์ เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของตนไว้ ถึงแม้ว่าในสถานที่ศึกษาจะมีวิชาการสอนเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศ แต่ความรู้ที่เด็กได้รับเป็นความรู้ที่ผิวเผิน และไม่ได้เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเรื่องเพศให้เข้าใจทางถ่องแท้ บวกกับคำพูดคำสอนบอกกล่าวจากผู้ใหญ่ที่ว่าเรื่องพวกนี้ไม่ดีไม่ควรคิด ทำให้เมื่อถึงเวลาหรือสถานการณ์ที่พบเจอ อาจทำให้เด็กไม่รู้วิธีรับมือและเกิดปัญหาตามมา ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานอาจเพื่อต้องการสื่อถึงการพูดคุยในเรื่องเพศหรือการมีเพศสัมพันธุ์ โดยต้องการให้มองเรื่องเหล่านี้เป็นปกติ โดยสื่อผ่านทางการออกแบบตัวอักษรพยัญชนะไทย ก-ฮ เป็นกาตูนร์ล้อเลียนการร่วมเพศหรือกิจกรรมทางเพศ มีความหน้าสนใจตรงที่ศิลปินได้ออกแบบอิริยาบถการร่วมเพศผ่านทางกลุ่มคนหลายสันชาติไม่ว่าจะเอเชียหรือยุโรป ซึ่งสื่อถึงการเปิดกว้างของเรื่องเพศไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหน
วันจัดแสดงงาน 13 กันยายม 2562วิภาดา เหล่าเขตกรณ์ ศุภากร คำจ้อย สุธาสินี แสวงกิจ ประภาพร มูลอินต๊ะเนื้อหาผลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาศิลปวิจารณ์ 181431